วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ตำราชีวิตของแม่จบแล้ว

วันที่คุณแม่เสียชีวิต 29 กันยายน 2560 เป็นวันที่เราอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาทันที อยากเล่าพรสวรรค์ การใช้ชีวิต การรักษาเกียรติของตนและความเชื่อ พรสวรรค์ของคุณแม่ได้ทำให้หลายๆคน เดินไปถูกเส้นทางจนประสบความสำเร็จ ร่ำรวย แม้มีหลายคนที่ไม่เห็นคุณค่าตรงนี้ แต่มีอีกหลายคนที่มาขอบคุณคุณแม่ในวันสุดท้าย

คุณแม่ไม่ได้ป่วย ไม่ได้หาหมอ ไม่ได้จากเราไปเพื่อให้เราเป็นกังวล ท่านเตรียมตัวที่จะนอนหลับไปเฉยๆ ท่านเป็นอย่างนั้นจริงๆ พลังจิตท่านเยี่ยมมาก ท่านตระหนักรู้ตลอดเวลาว่าท่านจะไปอย่างไร สุขภาพท่านสมบูรณ์ แม้แต่หมอฟันก็ไม่เคยได้เงินท่าน ในช่วงชีวิตสุดท้าย ท่านยังคงรักษาความสง่างามไว้ ท่านได้หลับไปและไม่ยอมตื่นขึ้นมาอีกเลย

 ตำราชีวิตคุณแม่จบลงแล้ว เหลือแต่เราที่มีหน้าที่มาบันทึกไว้เพื่อเป็นกุศลต่อคนรุ่นหลัง


วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อยากให้ลูกเก่ง ติวเตอร์ทำให้การศึกษาลูกเราเสียหายในระยะยาวหรือไม่ ตอนที่ 2

จะไปติวแล้ว จะไปติว.........

เมื่อตอนที่แล้วได้เกริ่นไว้แล้วว่า การส่งลูกไปติวไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องมีเป้าหมาย หัวใจสำคัญของการติวในมุมมองของผู้เขียนคือการสร้างอิสระทางปัญญาให้กับเด็กที่ผ่านการติว หมายความว่าเด็กมีความสามารถที่จะต่อยอดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ได้ทุกเรื่อง ด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่รอบตัว เอาล่ะมาดูว่าจะติวกันให้ดี เป็นยังไง

การติวที่ดี คือ สอนเด็กให้รู้วิธีการเรียนรู้

หากคุณพิจารณาดูแล้วว่าลูกของคุณได้พยายามที่สุดแล้ว การมีติวเตอร์ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย อันนี้คุณต้องไม่ใจร้อน ไม่ต้องกลัวลูกลำบาก หรือเหนื่อย และเมื่อตัดสินใจหาติวเตอร์แล้ว อย่าลืมว่าเราจะต้องทำให้เขาไม่ติดติวเตอร์คือเกิดอิสระทางปัญญา แน่นอนติวเตอร์ที่จะเลือกมาติวต้องสอนเนื้อหาและหลักวิชาการด้วย แต่เขาจะต้องไม่หยุดแค่สอนเท่าที่ต้องสอน ติวเตอร์ที่ดีต้องสามารถเพิ่มศักยภาพให้กับลูกของคุณที่จะสามารถเผชิญกับประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง คือต้องทำให้เด็กรู้ว่าปัญหาหรือโจทย์ที่เจอหากเกิดขึ้นแล้วต้องคิดยังไง มีขั้นตอนแก้หรือหาคำตอบอย่างไรได้บ้างด้วยตนเอง จะไม่วิ่งโร่หรือยอมแพ้ในทันที ติวเตอร์ที่ดีต้องติวเพื่อเตรียมตัวตกงานให้เร็วที่สุดโดยการส่งเด็กกลับเข้าสู่ชีวิตปกติธรรมดาที่ต้องเผชิญอุปสรรคปัญหาในการเรียนเหมือนคนอื่นๆ แต่สามารถที่จะผ่านไปได้ด้วยตนเอง